น้ำในรางไม้

น้ำในรางไม้

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เชิงเขาในป่าหิมพานต์ อาจารย์ฤาษีตนหนึ่งมีฤาษี 500 ตนเป็นบริวาร คราวนั้นในป่าหิมพานต์เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ สัตว์ป่าจึงพากันลำบากยากแค้นไม่มีน้ำกิน ฤาษีในสำนักตนหนึ่งเห็นถึงความทุกข์ทรมานของพวกสัตว์แล้วก็เกิดความสงสารขึ้น จึงได้ไปตัดต้นไม้ใหญ่มาขุดลำต้นให้เป็นราง แล้วตักน้ำมาใส่ในรางนั้นไว้ พวกสัตว์ต่างๆ ก็พากันมากินน้ำในรางไม้จากฤาษี แต่เนื่องด้วยมีสัตว์จำนวนมากทำให้น้ำที่ฤาษีนำมาใส่ในรางจึงไม่เพียงพอ ฤาษีจึงต้องไปตักน้ำมาใส่ในรางอยู่เช่นนั้นตลอดมา จนไม่อาจปลีกตัวไปหาผลหมากรากไม้มาเป็นอาหารสำหรับตนเองได้ แต่กระนั้นฤาษีก็ยังไม่ละความเพียร ยังคงตักน้ำมาใส่ในรางเพื่อให้น้ำเป็นทานแก่สัตว์ป่าเหล่านั้น พวกสัตว์เห็นว่าฤาษีผู้เมตตาต้องอดอยากเพราะช่วยเหลือพวกตนจึงคิดหาวิธีตอบแทนคุณของฤาษีบ้าง พวกสัตว์จึงตกลงกันว่าหากสัตว์ตัวใดที่มากินน้ำจากรางไม้นี้ให้นำผลไม้อย่างดีจากในป่ามามอบให้แก่ฤาษีด้วย Read More

ดีแต่สอนคนอื่น

ดีแต่สอนคนอื่น

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุณีผู้พร่ำสอนรูปหนึ่งมักห้ามภิกษุณีรูปอื่นๆไปในที่หวงห้ามแต่ตนเองกลับไป เป็นเหตุให้ประสบเหตุร้าย ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นนกป่า จ่าฝูงของนกนับร้อยตัว อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ วันหนึ่ง มีนางนกจัณฑาลตัวหนึ่ง แตกฝูงไปหากินไกลถิ่น ที่ทางใหญ่กลางดง ได้เมล็ดข้าวเปลือกและถั่วที่ตกหล่นจากเกวียนชาวบ้านเป็นอาหาร เกิดความโลภอยากเก็บไว้กินผู้เดียว เมื่อกลับมาหาฝูงจึงให้โอวาทแก่ฝูงนกว่า ” ธรรมดาทางใหญ่ในดงลึก Read More

พระนารทพรหม ผู้บำเพ็ญอุเบกขาบารมี (นารทชาดก)

พระนารทพรหม ผู้บำเพ็ญอุเบกขาบารมี (นารทชาดก)

 ครั้งหนึ่งมีพระโพธิสัตว์นามว่า พระนารท ซึ่งเป็นภพชาติหนึ่งขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีเรื่องว่า มีพระราชาผู้ครองเมืองมิถิลา ผู้ยึดมั่นในทศพิธราชธรรม พระนามว่า อังคติราช ทรงมีพระธิดาพระองค์หนึ่งซึ่งมีพระสิริโฉมงดงามนัก พระนามว่า รุจาราชกุมารี ผู้เป็นที่รักแห่งองค์พระราชา เมื่อถึงคืนแห่งเทศกาลมหรสพชาวเมืองได้ประดับประดาบ้านเรือนของตนอย่างสวยงามทุกเรือน ขณะดวงจันทร์ทรงกลดลอยเด่นอยู่บนนภา พระเจ้าอังคติราชทรงประทับท่ามกลางเหล่าเสนาอำมาตย์ภายในพระราชวังที่ประดับประดาอย่างงดงามอลังการสมพระเกียรติแห่งองค์ราชัน พระเจ้าอังคติราชทรงตรัสกับเหล่าอำมาตย์ว่า “พวกเจ้าว่าในราตรีอันรื่นรมย์เช่นนี้ ข้าจะทำอันใดให้อภิรมย์ดี” ฝ่ายอลาตอำมาตย์ทูลว่าให้พระราชาทรงยกทัพออกกวาดต้อนดินแดนน้อยใหญ่เข้ามาในเมือง ส่วนฝ่ายสุมานอำมาตย์กลับทูลว่าให้พระราชทรงรื่นรมย์กับงานมหรสพต่างๆ Read More

พระภูริทัต ผู้บำเพ็ญศีลบารมี (ภูริทัตชาดก)

พระภูริทัต ผู้บำเพ็ญศีลบารมี (ภูริทัตชาดก)

ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาผู้ครองเมืองพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ในคืนหนึ่งพระองค์ทรงพระสุบินไปว่าพระโอรสของพระองค์ได้ลอบปลงพระชนม์เพื่อแย่งชิงพระราชสมบัติ เช้าวันรุ่งขึ้นพระองค์ทรงมีรับสั่งให้พระโอรสออกไปให้ห่างไกลจากเมืองพาราณสีแห่งนี้จนกว่าพระองค์จะทรงสิ้นพระชนม์ พระโอรสจึงจะสามารถกลับมาสืบทอดราชสมบัติต่อจากพระองค์ได้ ด้วยเกรงว่าเหตุการณ์จะเป็นไปดังที่ทรงเกิดนิมิตในพระสุบินของพระองค์ ฝ่ายพระโอรสผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งอุปราชาอยู่ ณ บัดนี้ ไม่เข้าใจในพระบิดา แต่ก็ยินดีทำตามพระประสงค์ของบิดา จึงทรงเดินทางไปบวชอยู่ ณ บริเวณแม่น้ำยุมนา ขณะนั้นมีนางนาคตนหนึ่งเดินทางท่องเที่ยวมาตามริมน้ำอย่างว้าเหว่ เนื่องจากสามีของนางเพิ่งตายไป ทำให้นางต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมิอาจทนอยู่ในบาดาลได้ จนมาเห็นศาลาซึ่งเป็นที่พักของพระโอรสจึงแอบดู Read More