นิทานอีสป เรื่อง ไก่กับพลอย

       ณ ฟาร์มแห่งหนึ่ง ขณะที่ไก่ตัวหนึ่งกำลังคุ้ยเขี่ยอาหารอยู่นั้น มันก็ได้พบกับพลอยล้ำค่าเม็ดหนึ่ง เจ้าไก่มองดูพลอยเม็ดนั้นแล้วเอ่ยขึ้นว่า “เจ้านี่ช่างงดงามเหลือเกิน เจ้าอาจจะมีค่ามากสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับข้าเจ้าไม่มีค่าเลยแม้แต่น้อย เพราะข้าต้องการเพียงแค่เมล็ดข้าวที่จะทำให้ข้าอิ่มและมีชีวิตรอดต่อไปได้แค่นั้น” :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: ของทีค่าหากอยู่ในมือของคนที่ไม่ได้ใช้ก็เปล่าประโยชน์ :: พุทธภาษิต :: นาญฺญํ Read More

นิทานอีสป เรื่อง งูพิษกับนกอินทรี

     นกอินทรีเห็นงูพิษตัวหนึ่งนอนขดตัวอยู่ในท้องนา มันคิดอยากจะจับงูกิน แต่เจ้างูรู้ทันจึงใช้หางรัดนกอินทรีเอาไว้จนมันไม่สามารถขยับตัวหนีได้ ชาวนาคนหนึ่งผ่านมาเห็นพอดีจึงรีบเข้ามาแยกนกอินทรีออกมาแล้วปล่อยมันบินหนีไป เจ้างูไม่พอใจมากจึงแอบพ่นพิษใส่กระบอกน้ำของชาวนาโดยที่เขาไม่รู้ตัว ขณะที่ชาวนาจะยกกระบอกน้ำขึ้นมาดื่มนั้น เจ้านกอินทรีก็รีบบินมาโฉบกระบอกน้ำออกจากมือของชาวนา ชาวนาจึงรอดตายเพราะความกตัญญูของนกอินทรีนั้นเอง :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: ผู้ประพฤติดี ย่อมรอดพ้นจากอันตราย :: พุทธภาษิต :: อตฺตานํ ทมยนตฺติ Read More

นิทานอีสป เรื่อง แม่ปูกับลูกปู

     เช้าวันหนึ่งแม่ปูพาลูกปู ออกมาเดินหาอาหารที่ชายหาด แม่ปูเห็นลูกปูเดินเฉไปมา ไม่เป็นระเบียบจึงบอกกับลูก ๆ ว่า “ลูกจ๋าเดินแบบนี้ไม่สวยเลยนะจ๊ะ ลองเดินตรง ๆ ดูสิจ๊ะ” ลูกปูจึงบอกกับแม่ว่า “ถ้าอย่างนั้นแม่ช่วยเดินให้พวกเราดูหน่อยสิคะ พวกเราจะได้เดินตาม” แม่ปูจึงเดินให้ลูกปูดู แต่มันก็ไม่สามารถเดินให้ตรงได้เช่นเดียวกัน หลังจากวันนั้นแม่ปูจึงไม่กล้าสอนลูกปูในสิ่งที่ตนก็ทำไม่ได้อีกเลย :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า Read More

นิทานอีสป เรื่องชายหัวล้านกับแมลงวัน

     ในวันที่แสนร้อนระอุวันหนึ่งในฤดูร้อน มีชายหัวล้านคนหนึ่งนั่งพักเหนื่อยหลังจากทำงานเสร็จ ไม่นานก็มีแมลงวันตัวหนึ่งบินมาตอมที่หัวของเขา มันบินวนไปมาจนเขาเริ่มรำคาญ จึงใช้มือตบแมลงวัน แต่ก็พลาดไปโดนหัวตัวเองหลายครั้ง แมลงวันหัวเราะชอบใจพูดจาเยาะเย้ยว่า “ท่านพยายามจะตีข้าแต่ทำไมกลับตีโดนแต่หัวของตัวเอง ช่างน่าขำเสียจริง ฮ่า ๆ ๆ”      จากนั้นมันก็บินเล่นรอบหัวของชายหัวล้านอย่างสนุกสนาน ทำให้ชายหัวล้านโกรธมาก จนทนไม่ไหว เขาจึงลุกขึ้นไล่ตบแมลงวันและพูดว่า Read More

นิทานอีสป เรื่อง ลิงกับอูฐ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง บรรดาสัตว์ทั้งหลายได้มีการจัดงานเลี้ยงรื่นเริง สัตว์ต่างๆได้พากันลูกขึ้นมาเต้นระบำกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง ลิงก็ออกมาโชว์ลีลาท่าเต้น เหล่าผู้ร่วมงานสัตว์ทั้งหลายก็พากันปรบมือชื่นชอบเป็นการใหญ่ เมื่อเห็นท่าทางกระโดดโลดเต้นอย่างคล่องแคล่วว่องไวของพวกลิงที่โดดเด่นกว่าสัตว์ตัวอื่นๆ ในงานนั้นมีอูฐขี้อิจฉาอยู่ตัวหนึ่งซึ่งมาร่วมสังสรรค์ด้วย อูฐเห็นลิงเต้นจนเป็นที่ฮือฮาของเพื่อนๆ และอยากได้รับการสรรเสริญเยินยอเหมือนอย่างที่เจ้าลิงทำบ้าง จึงต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของสัตว์ทั้งหลายมาที่ตน เมื่อคิดดังนั้น อูฐก็ลุกขึ้นมาเต้นระบำบ้าง แต่ว่ารูปร่างอันใหญ่โตเทอะทะจึงทำให้มันเต้นอย่างเงอะงะงุ่มง่าม บรรดาสัตว์ต่าง ๆ ทนดูไม่ไหว จึงพากันโห่ร้องขับไล่อูฐจนมันต้องเดินคอตกกลับบ้านไปด้วยความอับอายเป็นอย่างยิ่ง :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: Read More

นิทานอ่านเสริมพัฒนาการให้ลูกฟังตอนท้อง

ช้างตัวหนึ่งมีนิสัยเกเร มันเดินไปพบรังมดแดง ซึ่งหลุดจากกิ่งไม้ ตกขวางทางอยู่ จึงต้องตวาดว่า …”เฮ้ย ทำไมพวกเจ้าทำรังขวางทางเราอยู่ เห็นข้ามา ทำไมไม่หลบไปเสีย ตัวเจ้าโตเท่าใด? ถ้าข้าจับฟาดเสียทั้งรัง เจ้าก็สู้ข้าไม่ได้” มดได้ฟังก็โกรธ และคิดว่า ถึงแม้ว่าเราตัวเล็กก็ไม่ควรมาหมิ่นประมาท จึงร้องตอบว่า …”ท่านครับ พวกเราไม่คิดจะขวางทางเลย แต่รังมันขาดตกลงมา พวกเราก็จะแบกหามไปก็ไม่ทัน Read More

ชาวนากับงู

ในวันหนึ่งของฤดูหนาวชาวนาผู้หนึ่งกำลังเดินทางกลับบ้านท่ามกลางหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมา ซึ่งระหว่างทางกลับบ้านเขาได้พบเข้ากับงูตัวหนึ่งซึ่งนอนขดอยู่ใต้ต้นไม้ ตัวมันทั้งเย็นและแข็งจนใกล้จะตาย แต่ด้วยความสงสารชาวนาจึงไปอุ้มมันขึ้นมาแล้วนำมาซุกไว้ที่อกของตนเอง แล้วใช้เสื้อของเขาห่อคลุมร่างของมันไว้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่มัน เมื่องูนั้นได้รับความอบอุ่นจากชาวนาจนมันฟื้นขึ้นมา เมื่อเห็นชาวนาเข้าก็ตกใจฉกชาวนาในทันที และก่อนที่ชาวนาจะสิ้นใจเพราะพิษงูเขาได้เอ่ยกับงูว่า “ข้าอุตส่าห์ช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ แต่เจ้ากลับมาทำร้ายข้า” เมื่อพูดจบเขาก็สิ้นใจตายลงตรงนั้นทันที นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : คนเลวย่อมไม่รู้จักบุญคุณของผู้อื่น

กระต่ายกับเต่า

ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง กระต่ายตัวหนึ่งมักชอบโอ้อวดว่าตนเป็นผู้ที่วิ่งได้เร็วที่สุด อยู่มาวันหนึ่งกระต่ายเห็นเต่ากำลังคลานต้วมเตี้ยมอย่างช้าๆ กระต่ายจึงหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ นี่เจ้าเต่า ถ้าเจ้าเดินช้าอย่างนี้ แล้วเมื่อไรจะกลับถึงบ้านล่ะนี่” เต่าจึงตอบกลับไปในทันทีว่า “ถึงข้าจะเดินช้า แต่ข้าก็กลับถึงบ้านทุกวัน เรามาลองวิ่งแข่งกันมั้ยล่ะ แล้วข้าจะเอาชนะเจ้าให้ดู” กระต่ายนั้นมั่นใจว่าเต่าไม่มีทางเอาชนะตนได้เป็นแน่จึงรับคำท้า วันรุ่งขึ้นสัตว์ต่างๆ ก็พร้อมใจพากันมาดูการวิ่งแข่งขันระหว่างกระต่ายกับเต่า เมื่อการแข่งขันได้เริ่มขึ้น กระต่ายวิ่งอย่างสุดฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย ส่วนเต่าก็พยายามคลานไปเรื่อยๆ Read More

สุนัขจอมเกเร

สุนัขจอมเกเรตัวหนึ่งชอบวิ่งไปกัดชาวบ้านเวลาเขาเผลอ เจ้าของจึงนำกระพรวนมาแขวนคอมันไว้ เพื่อให้คนได้ยินเวลามันวิ่งเข้าไปใกล้ แต่เจ้าสุนัขกลันคิดว่าเขาให้มันเป็นของขวัญ มันจึงวิ่งทำเสียงกรุ๊งกริ๊งอวดไปทั่วตลาด สุนัขชราตัวหนึ่งเห็นมันวิ่งเช่นนั้นจึงถามมันว่า “ทำไมเจ้าถึงวิ่งสั่นกระพรวนไปทั่วเช่นนี้ล่ะ” มันตอบกลับไปว่า “เพื่อให้ทุกคนได้ยินเสียงอันไพเราะของมันยังไงล่ะ” สุนัขชราหัวเราะในความโง่ของมัน “เจ้าเข้าใจผิดแล้วล่ะเจ้าหมาน้อย ไม่มีใครชื่นชมเจ้าหรอก คนที่ได้ยินเสียงกระพรวนของเจ้ามีแต่จะวิ่งหนีกันทั้งนั้น เพราะเขากลัวว่าเจ้าจะไปทำร้ายเขาต่างหาก” บุคคลสำคัญ :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::คนโง่มักภูมิใจกับชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีของตนเอง :: พุทธภาษิต ::  โลโภ โทโส จ โมโห Read More

ลมกับพระอาทิตย์

ลมกับพระอาทิตย์

ในวันหนึ่งลมกับพระอาทิตย์ต่างถกเถียงกันว่าใครมีพลังมากกว่ากัน และขณะนั้นเผอิญมีนักเดินทางผู้หนึ่งเดินผ่านมาพอดี ลมจึงพูดกับพระอาทิตย์ขึ้นว่า “ถ้าใครสามารถทำให้นักเดินทางผู้นี้ถอดเสื้อคลุมออกได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ” พระอาทิตย์ก็ตอบรับลมว่า “ตกลง ถ้าอย่างนั้นเจ้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็แล้วกันนะ” ลมจึงรวบรวมพลังพละกำลังทั้งหมดของตนแล้วเป่าไปยังนักเดินทางผู้นี้ โดยหวังจะให้เสื้อคลุมของเขาหลุดออก แต่นักเดินทางก็กลับกระชับเสื้อคลุมของตนไว้แน่นยิ่งขึ้นพร้อมกับรีบเดินทางต่อไป พระอาทิตย์จึงเอ่ยขึ้นว่า “ทีนี้ถึงคราวของข้าบ้างล่ะ” จากนั้นพระอาทิตย์ก็เริ่มส่องแสงแดดอ่อนๆ แล้วค่อยๆ ทวีความร้อนรุนแรงมากยิ่งขึ้นทีละน้อยๆ จนทำให้นักเดินทางผู้นี้รู้สึกร้อนจนกระทั่งทนไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องถอดเสื้อคลุมนั้นออกในที่สุด ทำให้การแข่งขันครั้งนี้สิ้นสุดลง พระอาทิตย์จึงเป็นฝ่ายชนะไป นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า Read More